Tramadol ใช้ไม่ถูกระวังติด

Tramadol ใช้ไม่ถูกระวังติด

ใครว่าไม่ได้สำหรับผู้เชี่ยวชาญ “ยาแก้ปวด” อย่างเราๆ ชาวไมเกรน

ใครที่ไหน บอกว่ายี่ห้อไหนดี ยี่ห้อไหนที่ว่าแรง ชาวไมเกรนอย่างเราก็อยากจะลอง หรือหาซื้อกันมาติดไว้อย่างแน่นอน เพราะยาแก้ปวดเป็นตัวช่วยลดอาการปวดได้อย่างฉับพลัน และเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้จริงๆ

.

วันนี้สไมล์ ไมเกรน จะมาเล่าถึงตัวยา Tramadol ยาแก้ปวดที่เป็นกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids)  ซึ่งจะมีอนุพันธ์มาจากฝิ่น ชาวไมเกรนหลายๆ คน มักจะคุ้นหูคุ้นตากับยาแคปซูลสีเขียวเหลืองกันมาบ้าง เพราะเราสามารถหาซื้อยาตัวนี้ได้จากร้านขายยา

.

แต่ถือว่าเป็นตัวยาที่ค่อนข้างอันตราย และมักจะมีคนนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์อยู่เสมอ ยกตัวอย่างเช่น นำตัวยามาผสมกับเครื่องดื่มขนิดต่างๆ เข่น น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มชูกำลัง เป็นต้น
.

ซึ่งผลของการใช้ในลักษณะดังกล่าว จะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม จนทำให้ทีความต้องการอยากใช้ทุกวันได้ เมื่อไม่ได้ใช้อาจจะทำให้เกิดภาวะถอนยา บางรายอาจเจอผลข้างเคียงในการใช้ จนถึงแก่ชีวิตก็มีเช่นกัน

.

เอ้ ! แล้วกลุ่มยาแก้ปวดนี้มันเป็นยังไง เดี๋ยวทางสไมล์ ไมเกรน จะเล่าให้ฟัง 

.

สำหรับตัว Tramadol นี้เป็นกลุ่มยาแก้ปวดใช้บรรเทาอาการปวดได้เช่นเดียวกับมอร์ฟีน 

บรรเทาอาการปวดระดับปานกลางจนถึงระดับรุนแรง 

แต่ตัวนี้ไม่จัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษ เนื่องจากยาชนิดนี้ยังระงับอาการปวดได้น้อยกว่ามอร์ฟีน 5-20 เท่า 

.

สำหรับการออกฤทธิ์ของ Tramadol นั้น จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดและเป็นเปลี่ยนเป็น Active form ที่บริเวณตับ ตัวยาจะทำหน้าที่เหมือนสารเอ็นโดรฟิน (Endorphin) ในสมอง โดยการยับยั้งตัวรับสาร (Receptors) เกี่ยวกับความรู้สึกเจ็บปวดที่ถูกส่งมายังเซลล์ของระบบประสาทส่วนกลาง 

.

ทำให้ชาวไมเกรนที่ทานตัวยาแก้ปวด Tramadol เข้าไปจะรู้สึกปวดน้อยลง เมื่อร่างกายใช้ประโยชน์จากตัวยาหมดแล้วก็จะขับออกจากร่างกายผ่านทางปัสสาวะของเรานั่นเอง 

.

โดยตัวยาแก้ปวด Tramadol นี้จะออกฤทธิ์หลังจากทานเข้าไปประมาณ 1 ชั่วโมง และควบคุมอาการปวดได้ประมาณ 6-9 ชั่วโมง 

.

ผลข้างเคียงของยาแก้ปวดตัวนี้ ไม่กัดกระเพาะเหมือนกับยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือที่เรารู้จักกันนั่นก็คือ ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ แต่ตัวยาแก้ปวด Tramadol สามารถพบผลข้างเคียงในเรื่องคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ หน้ามืดได้ในบางราย

.

ซึ่งยาตัวนี้ ขนาดยาที่ใช้ ไม่ควรเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน และเมื่อทานยาไปแล้วอาการปวดไม่ทุเลาลง สามารถทานซ้ำอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป 4-6 ชั่วโมง

.

พออ่านมาถึงตรงนี้ เหมือนจะดีเลย ระงับปวดไมเกรนหนักๆ ได้ แล้วทำไมต้องระวังติดด้วยนะ?! 

นั่นก็เพราะเจ้าตัวยา Tramadol หรือยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) นี้ เป็นที่รู้จักกันชื่อของอนุพันธ์ของฝิ่น และด้วยของฤทธิ์ของสารกลุ่มนี้จะเข้าไปกดประสาททำให้ผู้ใช้รู้สึก เคลิบเคลิ้ม บรรเทาอาการเจ็บปวด

.

และเมื่อมีประวัติการใช้ยาติดต่อกันมากกว่า 10 วันต่อเดือน และต่อเนื่องมากกว่า 3 เดือน จะทำให้มีความต้องการปริมาณยาที่เพิ่มขึ้น จนเกิดอาการติดยาแก้ปวดได้ เราเรียกภาวะนี้ว่า Medication overuse headache (MOH)

.

วันนี้ทีมสไมล์ ไมเกรน จะมีวิธีสังเกตอาการของตัวเองง่ายๆ ว่าเรามีภาวะติดยาแก้ปวดร่วมด้วยหรือไม่?

> ตื่นมาตอนเช้าก็ปวด

> ปวดหัวบ่อยขึ้น

> มีแนวโน้มไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวด

> อาการปวดจะดีขึ้นเมื่อทานยา แต่พอยาหมดฤทธิ์ อาการปวดก็จะกลับมาเหมือนเดิม

> ปวดแม้จะไม่มีสิ่งกระตุ้น

> มีประวัติใช้ :

ยาแก้ปวดในกลุ่มจำเพาะไมเกรน มากกว่า 10 วันต่อเดือน ติดต่อกันเกิน 3 เดือน

หรือ

ยาแก้ปวดที่ไม่จำเพาะกับไมเกรน มากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันเกิน 3 เดือน

.

หากชาวไมเกรนคนไหนเริ่มมีภาวะติดยาแก้ปวดกลุ่มนี้แล้ว และต้องการถอนยา การหักดิบเลย อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเลย การถอนยาควรที่จะทำภายใต้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เนื่องจากในวันแรกๆของการถอนยา ระดับอาการปวดศีรษะ อาจจะค่อนข้างสูงได้ 

.

เราจะมาดูกันว่าขั้นตอนการถอนยาแก้ปวด มีกระบวนการยังไงบ้างนะ?

  1. หยุดทานยาแก้ปวดตัวที่ติด เป็นระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน
  2. แพทย์จ่ายยายาแก้ปวดสเตียรอยด์ระยะสั้น เพื่อระงับกระบวนการปวด เป็นระยะเวลา 7 วัน
  3. ทานยาป้องกันไมเกรนในกลุ่มมาตรฐานควบคู่ เพื่อลดความไวของสมอง และลดความไวต่อสิ่งกระตุ้น ต่อเนื่อง 4-6 เดือน

.

และแพทย์บางรายอาจจะมีการพิจารณาในเรื่องของจ่ายยาแก้ปวดสเตียรอยด์ระยะสั้นร่วมด้วย เพื่อระงับกระบวนการปวด 

.

แอดมินแนะนำปรึกษาคุณหมอเฉพาะทางระบบประสาทและสมองเพื่อความปลอดภัย หรือสามารถทำนัดปรึกษาแพทย์ออนไลน์มาที่แอปพลิเคชันสไมล์ไมเกรนก็ได้เช่นกันนะชาวไมเกรน

.

 

เรามี แอปพลิเคชัน “ Smile Migraine” เป็นตัวช่วยได้แล้ววันนี้

ทั้งระบบ iOS และ Android >> http://onelink.to/3xys9f

Footer Tele Blog - Ai (7).png
 

แหล่งที่มา :

https://www.bangpakokhospital.com/care_blog/content/%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2

https://hdmall.co.th/pharmacies-chat/drug-tramadol

กลับไปยังบล็อก

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

ไมเกรนประจำเดือน เรื่องจริงที่ผู้หญิงต้องเจอ

ไมเกรนประจำเดือน เรื่องจริงที่ผู้หญิงต้องเจอ

เข้าชม 95 ครั้ง

ไมเกรนประจำเดือนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นปัญหาที่หลายคนต้องเจอ! การศึกษาพบว่าไมเกรนในช่วงรอบเดือนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้ผู้หญิงมีโอกาสเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า ความรุนแรงของไมเกรนในช่วงนี้มักจะสูงกว่าปกติ แต่ไมเกรนประจำเดือนนั้น หากเข้าใจ และรักษาให้เหมาะสม ก็สามารถทำให้ไมเกรนนี้ดีขึ้นได้

ไมเกรนทางตา คืออะไร?

ไมเกรนทางตา คืออะไร?

เข้าชม 56 ครั้ง

ไมเกรนทางตาเป็นอาการทางสายตาที่พบได้บ่อยในผู้ที่เป็นโรคไมเกรน มักเกิดขึ้นก่อนหรือหลังอาการปวดศีรษะไมเกรน อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เห็นแสงวาบ แสงกระพริบ จุดดำ จุดสว่างลอยไปมา ภาพบิดเบี้ยว ภาพซ้อน ภาพมืดลงชั่วคราว หรือเห็นภาพเป็นเส้นหรือคลื่น อาการมักเกิดขึ้นอย่างกะทันหันและหายไปเองภายในเวลาประมาณ 30 นาที

โรคไมเกรน มักเป็นที่รักของโรคอื่น

โรคไมเกรน มักเป็นที่รักของโรคอื่น

เข้าชม 32 ครั้ง

นอกจากอาการปวดศีรษะแล้ว โรคปวดศีรษะไมเกรนยังอาจเพิ่มโอกาสการเกิดโรคร่วมอื่นๆ ได้อีก เช่น ภาวะซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคลมชัก โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง การศึกษาพบว่าผู้ป่วยโรคปวดศีรษะไมเกรนมีความเสี่ยงในการเกิดโรคร่วมเหล่านี้เพิ่มขึ้น 10-20%