ทาน Migra แล้วปัสสาวะสีเข้ม ถือว่าปกติไหม?

ทาน Migra แล้วปัสสาวะสีเข้ม ถือว่าปกติไหม?

ทีมสไมล์ ไมเกนน เชื่อเหลือเกินว่าชาวไมเกรน หลายคนก็สงสัยว่าทำไม๊ ทำไม เวลาทานวิตามินป้องกันไมเกรน Migra ไปแล้วฉี่เหลืองมากกกก

.

สำหรับชาวไมเกรนคนไหนไม่เคยทานพวกกลุ่มวิตามิน A-Z เสริมมาก่อน อาจจะตกใจหนักมากได้ 

กังวลไปหมด ทานนานๆ แล้วไตฉันจะเป็นอะไรไหม? ตับจะพังไหมน๊าา

.

วันนี้ทีม Migra Shop จะมาเฉลยให้ฟังว่า ทำไมทานแล้ว ฉี่มันถึงเหลืองอร่ามได้ขนาดนั้น

.

ก่อนอื่นชาวไมเกรนทุกคนที่ประสบปัญหานี้ เรามาลองพลิกกระปุกวิตามินของเราดูกันก่อนว่า มันมีส่วนประกอบหลักๆ อะไรอยู่บ้างนะ?

> Riboflavin (vitamin B2) เสริมสร้างสมองให้ทนทานต่อสิ่งกระตุ้น

> Magnesium ช่วยคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง ช่วยผ่อนคลายความเครียดและแมกนีเซียมจะไปยับยั้งการส่งสารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการปวดด้วย

> Coenzyme Q10 เสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์สมอง เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันไมเกรน

.

# Migra มีทั้งหมด 2 สูตร

> สีเขียว เหมาะกับชาวไมเกรนที่มีความถี่น้อยกว่า 10 วันต่อเดือน, หลับยาก, มีอาการปวดคอบ่าไหล่เป็นตัวกระตุ้น

> สีส้ม/แดง เหมาะกับชาวไมเกรนที่มีความถี่มากกว่า 10 วันต่อเดือน, ปวดรุนแรง

.


 

นั่นไง นั่นก็เพราะส่วนประกอบหลักของ Migra มีกลุ่มวิตามิน Riboflavin หรือ B2 เป็นส่วนประกอบหลักอยู่นั้นเอง

.

จากความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คุณครูเคยสอนไว้ว่า วิตามิน B2 นั้น

  • เป็นกลุ่มวิตามินที่ละลายน้ำได้ มีประโยชน์ที่ช่วยในการเผาผลาญอาหารประเภทแป้ง ไขมัน และโปรตีน 
  • เป็นสารอาหารที่พบได้ตามธรรมชาติ มักจะพบในข้าว ธัญพืช เนื้อสัตว์ ไข่ นม เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียว โยเกิร์ต
  • ช่วยในกระบวนการสร้างการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์  
  • ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม 
  • ช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้าของสายตาและเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น 
  • กำจัดอาการเจ็บแสบในปาก ริมฝีปาก และลิ้น  
  • ช่วยต่อมหมวกไตผลิต Corticosteroids โดยจะควบคุมการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมมากขึ้น
  • ที่สำคัญลดความเจ็บปวดจากไมเกรนได้

.

ขอเสริมเกร็ดความรู้อีกเล็กน้อย กรณีที่ร่างกายของชาวไมเกรนมีระดับวิตามินบี 2 (Ribloflavin) ที่ต่ำ ก็จะทำให้การทำงานของตัวไมโทรคอนเดีย (mitochondria) เสียไป ซึ่งจะส่งผลต่อพลังงานของเซลล์สมอง ทำให้เกิดไมเกรนตามมาได้นั่นเอง

.

แล้วทำไมทานตัวนี้แล้วปัสสาวะเหลืองจัง?

นั่นก็เพราะ เกิดมากจาก กลุ่มวิตามิน B2 อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเป็นกลุ่มวิตามินที่ละลายน้ำได้ และด้วยกลไกของร่างกายจะกักเก็บสารอาหารเหล่านี้ไว้ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่ายกาย โดยจะไปเก็บไว้ที่ตับ ประมาณ 16 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตับ 1 กรัม, ในไตมี 20-25 ไมโครกรัมต่อเนื้อไต 1 กรัม, ในโลหิตมีไรโบเฟลวินประมาณ 3.2 ไมโครกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร และส่วนเนื้อเยื่ออื่นๆอีกเพียงเล็กน้อย 

.

ดังนั้น ส่วนเกินที่ร่างกายต้องการก็จะถูกขับอกทางปัสสาวะประมาณ 200 ไมโครกรัมต่อวัน

.

และอีกความลับของ Riblofavin หรือ B2 ตามรากศัพท์ “flavus” มาจากภาษาลาติน ที่ให้ความหมายว่าสีเหลือง และลักษณะของ B2 แล้วจะเป็นผลึกรูปสีส้มปนเหลืองเมื่อเป็นสารละลายจะให้สีเหลืองอมเขียวและเรืองแสงออกมา 

.

แต่ชาวไมเกรนหลายๆ คน ยังคงมีความสงสัยกันแน่ๆ ว่าใช้ไปเรื่อยๆ มันจะไม่อันตรายแน่หรอ?

ไม่อันตรายนะชาวไมเกรน สามารถทานต่อเนื่องได้เลย ไม่ต้องหยุดทาน เพราะการที่เราทานตัววิตามินบี 2 วันละประมาณ 200 มิลลิกรัมต่อวัน อย่างต่อเนื่องในระยะยาว มันสามารถป้องกันไมเกรนได้นะ

.

แต่ถ้าชาวไมเกรนคนไหน เวลาปัสสาวะ รู้สึกว่ามีอาการแสบขัด หรือมีเลือดปนออกมาด้วย แบบนี้ควรที่จะทำการเข้าพบแพทย์และรับการตรวจอย่างละเอียด เพราะถือว่าผิดปกตินะชาวไมเกรน


 

แหล่งที่มา :

https://www.smilemigraine.com/products/migra-plus-magnesium-for-migraine-relief

https://www.pobpad.com/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B5-2

 

Footer Tele Blog - Ai (7).png

กลับไปยังบล็อก

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

ยาแก้ปวดไมเกรน เลือกอย่างไรให้ใช่กับเรา?

ยาแก้ปวดไมเกรน เลือกอย่างไรให้ใช่กับเรา?

เข้าชม 23 ครั้ง

"ไมเกรน" เป็นโรคที่แม้ไม่ได้ทำให้ถึงแก่ชีวิต แต่กลับสร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวไมเกรนเป็นอย่างมาก บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีเลือกยาแก้ปวดไมเกรนให้เหมาะกับระดับความรุนแรง รวมถึงข้อควรระวังในการใช้ยาแก้ปวดไมเกรนแต่ละชนิด ให้รู้เท่าทันยาแก้ปวด

ทำความรู้จัก "ปวดหัวแบบตึงตัว (Tensiontype Headache)

ทำความรู้จัก "ปวดหัวแบบตึงตัว (Tensiontype Headache)

เข้าชม 29 ครั้ง

เคยปวดหัวแบบมีอะไรมารัดรอบหัว หรือปวดหัวแบบตึงๆ ราวลงคอ บ่า ไหล่ บ้างไหม? ถ้าเคย คุณอาจกำลังเป็น โรคปวดหัวแบบตึงตัว (Tensiontype Headache) ที่แม้ระดับความรุนแรงอาจจะไม่เท่ากับไมเกรน แต่ก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ ดังนั้นเรามาทราบถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษเพื่อช่วยให้คุณจัดการกับอาการของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เครียดสะสม เมื่อสมองสั่งร่างกายให้เป็นโรค

เครียดสะสม เมื่อสมองสั่งร่างกายให้เป็นโรค

เข้าชม 23 ครั้ง

ความเครียดไม่เพียงแต่ส่งผลต่อร่างกายด้วยอาการปวดหัวหรือหัวใจเต้นเร็วเท่านั้น แต่ยังส่งผลลึกลงไปถึงระบบภายในร่างกายและอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลั่งของสารเคมีในสมอง เช่น คอร์ติซอล และอะดรีนาลีน ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและส่งผลให้ระบบการตอบสนองต่อความเครียดทำงาน การเพิ่มขึ้นของคอร์ติซอลในระยะยาวอาจทำลายสมองส่วนหน้าและฮิบโปแคมปัส ทำให้เกิดผลเสียต่อการควบคุมอารมณ์และความจำระยะยาว นอกจากนี้ ความเครียดเรื้อรังยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอาการเวียนหัว การจัดการความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ.