น้ำมะพร้าว ช่วยไมเกรนได้

น้ำมะพร้าว ช่วยไมเกรนได้

น้ำมะพร้าวช่วยไมเกรนได้ยังไงบ้าง?!

 

น้ำมะพร้าว ประกอบไปด้วยน้ำ ถึง 94% ซึ่งน้ำมะพร้าวประกอบไปด้วยตัวแร่ธาตุที่เยอะมากๆ ไม่ว่าจะ โพแทสเซียม แมกนีเซียม แคลเซียม

 

ด้วยปริมาณน้ำที่เยอะถึง 94% จึงมีงานวิจัย ได้ให้ผู้เข้าร่วมงานวิจัย นำน้ำมะพร้าวมาดื่มหลังออกกำลังเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ผลงานวิจัยพบว่า น้ำมะพร้าวสามารถชดเชยการสูญเสียน้ำหลังออกกำลังกายได้ เท่าๆกับการดื่มน้ำเปล่า

 

นอกจากนั้น อย่างที่เราทราบๆกันว่า ชาวไมเกรนมักจะมีปริมาณแมกนีเซียมในร่างกายที่ต่ำ เมื่อดื่มน้ำมะพร้าว ตัวน้ำมะพร้าวนั้น มีระดับปริมาณแมกนีเซียมที่สูง จึงมีความเชื่อกันว่า ถ้าทานเป็นประจำทุกวัน จะช่วยลดความถี่ในการเกิดไมเกรนได้

 

มากไปกว่านั้น ตัวแมกนีเซียมจะไปช่วยป้องกันการเกิดสัญญาณ Cortical spreading depression (CSD) เป็นสัญญาณที่ทำให้เกิดอาการออร่า (aura) ได้ ไม่ว่าจะออร่าทางตา ตาพร่า ตามัว ตาเห็นแสง หรือแม้กระทั่งมีอาการชาบริเวณปลายมือปลายเท้าร่วมด้วยนั่นเอง

Footer Tele Blog - Ai (1).png

กลับไปยังบล็อก

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

ยาแก้ปวดไมเกรน เลือกอย่างไรให้ใช่กับเรา?

ยาแก้ปวดไมเกรน เลือกอย่างไรให้ใช่กับเรา?

เข้าชม 23 ครั้ง

"ไมเกรน" เป็นโรคที่แม้ไม่ได้ทำให้ถึงแก่ชีวิต แต่กลับสร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวไมเกรนเป็นอย่างมาก บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีเลือกยาแก้ปวดไมเกรนให้เหมาะกับระดับความรุนแรง รวมถึงข้อควรระวังในการใช้ยาแก้ปวดไมเกรนแต่ละชนิด ให้รู้เท่าทันยาแก้ปวด

ทำความรู้จัก "ปวดหัวแบบตึงตัว (Tensiontype Headache)

ทำความรู้จัก "ปวดหัวแบบตึงตัว (Tensiontype Headache)

เข้าชม 29 ครั้ง

เคยปวดหัวแบบมีอะไรมารัดรอบหัว หรือปวดหัวแบบตึงๆ ราวลงคอ บ่า ไหล่ บ้างไหม? ถ้าเคย คุณอาจกำลังเป็น โรคปวดหัวแบบตึงตัว (Tensiontype Headache) ที่แม้ระดับความรุนแรงอาจจะไม่เท่ากับไมเกรน แต่ก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ ดังนั้นเรามาทราบถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษเพื่อช่วยให้คุณจัดการกับอาการของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เครียดสะสม เมื่อสมองสั่งร่างกายให้เป็นโรค

เครียดสะสม เมื่อสมองสั่งร่างกายให้เป็นโรค

เข้าชม 23 ครั้ง

ความเครียดไม่เพียงแต่ส่งผลต่อร่างกายด้วยอาการปวดหัวหรือหัวใจเต้นเร็วเท่านั้น แต่ยังส่งผลลึกลงไปถึงระบบภายในร่างกายและอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลั่งของสารเคมีในสมอง เช่น คอร์ติซอล และอะดรีนาลีน ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและส่งผลให้ระบบการตอบสนองต่อความเครียดทำงาน การเพิ่มขึ้นของคอร์ติซอลในระยะยาวอาจทำลายสมองส่วนหน้าและฮิบโปแคมปัส ทำให้เกิดผลเสียต่อการควบคุมอารมณ์และความจำระยะยาว นอกจากนี้ ความเครียดเรื้อรังยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอาการเวียนหัว การจัดการความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ.