หลักฐานการเชื่อมโยงกันระหว่าง ไมเกรนและปัญหาสุขภาพจิต (Mental health)

หลักฐานการเชื่อมโยงกันระหว่าง ไมเกรนและปัญหาสุขภาพจิต (Mental health)

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจกับข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่นักเรียนหญิงอายุ 14 ด้วยปัญหาทางบ้านจนทำให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้าและจบชีวิตตัวเองลง

.

ปัญหาเรื่องสุขภาพจิต โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า จะเกี่ยวข้องกับระดับสารซีโรโทนินที่ต่ำกว่าปกติ เป็นปัญหาสุขภาพที่เราไม่ควรมองข้าม ยิ่งในยุคปัจจุบัน ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้มันมีมากมาย โรคบางโรคก็ทำให้เกิดภาวะเช่นนี้ได้เหมือนกัน อย่างโรคปวดศีรษะไมเกรน ผู้ป่วยไมเกรนมักจะมีโรคร่วมเป็นโรคซึมเศร้าได้มากถึง 40% เชียวนะ 

.

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เราจะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงง่ายๆ ได้ทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ด้านอารมณ์ ด้านการนึกคิด ด้านพฤติกรรม และอาการทางด้านร่างกายต่างๆ

.

อาการของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า อาจจะเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไปเป็นเดือนๆ หรือรวดเร็วภายใน 1-2 สัปดาห์ ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน

.

นอกจากนั้น ในปี ค.ศ. 2010 นักวิจัย ได้รวบรวมข้อมูลของ รหัสพันธุกรรมชื่อ serotonin 5-HTTLPR polymorphism ที่มันจะคอยทำหน้าที่ในการรับส่งสารซึมเศร้า

.

คนที่มียีนนี้ผิดปกติ จะเกิดซึมเศร้าได้ง่าย

.

แต่มันไม่ใช่ แค่ซึมเศร้าหนะสิ เพราะเจ้ารหัสพันธุกรรมนี้

ดันทำให้เกิดไมเกรน มากกว่าคนทั่วไปถึง 2 เท่า โดยเฉพาะในผู้หญิงอีกด้วย

.

ตัวโรคไมเกรนเองนั้น ด้วยความทุกช์ทรมานของโรคที่ต้องปวดหัว ยังทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ วันดีคืนดีก็กังวลว่ามันจะปวดขึ้นมาอีกเมื่อไหร่ แล้วแบบนี้จะไม่ให้จิตใจห่อเหี่ยวเป็นซึมเศร้าได้อย่างไรกัน 

.

วันนี้ทีมสไมล์ไมเกรน ได้เอาบทความจาก Medical News Today มาเล่าให้ชาวไมเกรนได้ฟังกัน ถึงหลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างไมเกรนและปัญหาสุขภาพจิต (Mental Health) 

.

จากการสำรวจในผู้ใหญ่กว่า 6,000 คน พบว่าผู้ที่เป็นไมเกรนมีความเสี่ยงมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตมากว่าผู้ที่ไม่เป็นไมเกรนถึง 2 เท่า และผู้ที่เป็นไมเกรนจะมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้าได้มากกว่าผู้ที่ไม่เป็นถึง 5 เท่า 

.

ซึ่งสัดส่วนแนวโน้มการเกิดโรคนี้เป็นผลมาจากความถี่ของอาการปวดศีรษะไมเกรนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เป็นไมเกรนเรื้อรัง ปวดบ่อยมากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันเกิน 3 เดือน (Journal of Neurology, Neurosurgery & Psychiatry) 

.

นอกจากนี้ ผู้ป่วยไมเกรนประมาณ 1 ใน 3 จะมีโรคร่วมเป็นโรคไบโพล่า และผู้ป่วยไบโพล่ากว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้ป่วยไมเกรน 

.

วันนี้ทีมสไมล์ ไมเกรน จะพามาทำความรู้จักกับโรคไบโพล่าเพิ่มเติมกัน

โรคไบโพล่า จะแบ่งออกเป็น2 อาการหลัก ได้แก่ อารมณ์คลุ้มคลั่ง และ อารมณ์ซึมเศร้า

# อารมณ์คลุ้มคลั่ง (Manic episode) ช่วงนี้จะมีอาการกระสับกระส่าย นอนไม่หลับ คิดฟุ้งซ่าน

# อารมณ์ซึมเศร้า (Depressive episode) ในช่วงนี้จะมีอาการซึมเศร้า เบื่ออาหาร รู้สึกไร้ค่า

.

จะเห็นได้ว่า หากเป็นไมเกรนได้หนึ่งโรคแล้ว จะมีเพื่อนโรคร่วมเต็มไปหมดโดยเฉพาะ โรคที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต ทั้งนี้จากการศึกษาแล้วพบกว่า ไม่ว่าผู้ป่วยจะปวดด้วยโรคใดโรคหนึ่งก่อน ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 โรคจะแน่นแฟ้นและค่อยๆ พัฒนาไปด้วยกัน หรือเราเรียกว่าเป็นเหมืแนความสัมพันธ์ 2 ทิศทาง

.

และที่ตลกร้ายที่สุด จากผลการศึกษาคนในครอบครัวที่เป็นพี่น้องกันในปี 2021 พบว่า ผู้ที่มีพี่น้องที่เป็นโรคปวดศีรษะไมเกรนมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้ามากถึง 40% มากกว่าผู้ที่ไม่มีพี่น้องที่เป็นโรคปวดศีรษะไมเกรน 

.

แม้ว่าโรคปวดศีรษะไมเกรนจะเกิดขึ้นเองก็ตาม สอดคล้องกับผลการศึกษาที่ไปในทิศทางเดียวกันของผู้ที่มีมีพี่น้องเป็นโรคซึมเศร้าจะมีแนวโน้มเป็นโรคปวดศีราะไมเกรนมากกว่า 45%

.

จะว่าไปแล้วสาเหตุหลักอาจเกิดมาจากพันธุกรรม เพราะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุ ที่ทำให้เราเป็นไมเกรน ได้มากถึง 60% หรือมาจากปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อมในครอบครัว หรือทั้งสองอย่างร่วมกันก็เป็นได้ 

.

นั่นหมายความว่า ในเรื่องของการรักษาโรคปวดศีรษะไมเกรน ควรที่จะทำไปพร้อมๆ กับการรักษาโรคร่วมนั่นเอง

.

เพราะบางที สิ่งกระตุ้นบางตัว อาจจะทำให้เพิ่มความรุนแรงทั้งสองโรคได้ อย่างเห็นได้ชัด นั่นก็คือ ความเครียด ความวิตกกังวล เหมือนเป็นความสัมพันธ์สองทิศทาง

.

และบางครั้งการที่เรามีโรคร่วมอื่นๆ ด้วย จะทำให้แพทย์พิจารณาใช้ยาป้องกันได้เหมาะสมกับตัวเรามากขึ้น

และสามารถช่วยรักษาได้ทั้ง 2 โรค เช่น ยาในกลุ่มต้านเศร้า หรือแม้กระทั่งยาตัวไหนที่มีผลข้างเคียงในเรื่องของทำให้เกิดภาวะทางอารมณ์มากขึ้น แพทย์ก็จะเลี่ยงการจ่ายยาตัวนั้น อย่างเช่น ยา Flunarizine มีผลข้างเคียงในเรื่องของเสี่ยงซึมเศร้าได้ง่ายมากขึ้น จึงมีข้อควรระวังในการใช้กับผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั่นเอง

.

การแจ้งและปรึกษาคุณหมอเฉพาะทาง จึงมีสิ่งสำคัญมากๆ เพื่อให้การรักษาไมเกรนเหมาะสมกับเรามากขึ้นและโรคร่วมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะชาวไมเกรน

.

Footer Tele Blog - Ai (4).png

ขอบคุณบทความดีๆ จาก https://www.medicalnewstoday.com/articles/evidence-connecting-migraine-and-mental-health#lifestyle-changes

https://www.rama.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/09042014-1017

กลับไปยังบล็อก

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

ยาแก้ปวดไมเกรน เลือกอย่างไรให้ใช่กับเรา?

ยาแก้ปวดไมเกรน เลือกอย่างไรให้ใช่กับเรา?

เข้าชม 23 ครั้ง

"ไมเกรน" เป็นโรคที่แม้ไม่ได้ทำให้ถึงแก่ชีวิต แต่กลับสร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของชาวไมเกรนเป็นอย่างมาก บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจวิธีเลือกยาแก้ปวดไมเกรนให้เหมาะกับระดับความรุนแรง รวมถึงข้อควรระวังในการใช้ยาแก้ปวดไมเกรนแต่ละชนิด ให้รู้เท่าทันยาแก้ปวด

ทำความรู้จัก "ปวดหัวแบบตึงตัว (Tensiontype Headache)

ทำความรู้จัก "ปวดหัวแบบตึงตัว (Tensiontype Headache)

เข้าชม 29 ครั้ง

เคยปวดหัวแบบมีอะไรมารัดรอบหัว หรือปวดหัวแบบตึงๆ ราวลงคอ บ่า ไหล่ บ้างไหม? ถ้าเคย คุณอาจกำลังเป็น โรคปวดหัวแบบตึงตัว (Tensiontype Headache) ที่แม้ระดับความรุนแรงอาจจะไม่เท่ากับไมเกรน แต่ก็ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ ดังนั้นเรามาทราบถึงสาเหตุ อาการ และแนวทางการรักษเพื่อช่วยให้คุณจัดการกับอาการของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เครียดสะสม เมื่อสมองสั่งร่างกายให้เป็นโรค

เครียดสะสม เมื่อสมองสั่งร่างกายให้เป็นโรค

เข้าชม 23 ครั้ง

ความเครียดไม่เพียงแต่ส่งผลต่อร่างกายด้วยอาการปวดหัวหรือหัวใจเต้นเร็วเท่านั้น แต่ยังส่งผลลึกลงไปถึงระบบภายในร่างกายและอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลั่งของสารเคมีในสมอง เช่น คอร์ติซอล และอะดรีนาลีน ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและส่งผลให้ระบบการตอบสนองต่อความเครียดทำงาน การเพิ่มขึ้นของคอร์ติซอลในระยะยาวอาจทำลายสมองส่วนหน้าและฮิบโปแคมปัส ทำให้เกิดผลเสียต่อการควบคุมอารมณ์และความจำระยะยาว นอกจากนี้ ความเครียดเรื้อรังยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและอาการเวียนหัว การจัดการความเครียดจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อสุขภาพที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ.